โรคปัสสาวะเล็ดและช่องคลอดไม่กระชับ: ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม และการฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด


โรคปัสสาวะเล็ดและช่องคลอดไม่กระชับเป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้หญิงหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ผ่านการคลอดบุตรหรืออยู่ในวัยหมดประจำเดือน แม้จะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย แต่หลายคนมักรู้สึกอายหรือไม่กล้าปรึกษาแพทย์ ทำให้ปัญหาลุกลามและส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา รวมถึงการฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด เพื่อช่วยให้ผู้หญิงสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

โรคปัสสาวะเล็ดคืออะไร?

โรคปัสสาวะเล็ด (Urinary Incontinence) คือภาวะที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมการปัสสาวะได้ ทำให้มีปัสสาวะเล็ดออกมาโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่

1. ปัสสาวะเล็ดขณะไอ จาม หรือออกแรง (Stress Incontinence)
เกิดจากความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดปัสสาวะไม่แข็งแรงพอที่จะควบคุมการปัสสาวะได้ มักพบในผู้หญิงที่ผ่านการคลอดบุตรหรืออยู่ในวัยหมดประจำเดือน

2. ปัสสาวะเล็ดแบบกลั้นไม่อยู่ (Urge Incontinence)
เกิดจากการหดตัวของกระเพาะปัสสาวะที่ผิดปกติ ทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะแบบกะทันหันและไม่สามารถกลั้นได้ทัน

3. ปัสสาวะเล็ดแบบผสม (Mixed Incontinence)
เป็นการรวมอาการของทั้งสองประเภทข้างต้น

ช่องคลอดไม่กระชับคืออะไร?


ช่องคลอดไม่กระชับ (Vaginal Laxity) คือภาวะที่ผนังช่องคลอดหย่อนคล้อย ทำให้ช่องคลอดสูญเสียความยืดหยุ่นและความกระชับ มักเกิดจากการคลอดบุตร การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือน หรืออายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้หญิงรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง และอาจมีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับคู่ครอง

สาเหตุของโรคปัสสาวะเล็ดและช่องคลอดไม่กระชับ

1. การคลอดบุตร

การคลอดบุตรทางช่องคลอดอาจทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและเนื้อเยื่อรอบช่องคลอดเกิดการยืดตัวหรือฉีกขาด ส่งผลให้ช่องคลอดไม่กระชับและกล้ามเนื้อหูรูดปัสสาวะอ่อนแรง

2. วัยหมดประจำเดือน

ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงทำให้เนื้อเยื่อช่องคลอดบางลงและสูญเสียความยืดหยุ่น รวมถึงกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง

3. อายุที่เพิ่มขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อในร่างกายจะเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ ทำให้เกิดปัญหาช่องคลอดไม่กระชับและปัสสาวะเล็ดได้ง่ายขึ้น

4. พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

การยกของหนัก การออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงดันในช่องท้องมากเกินไป หรือแม้แต่การสูบบุหรี่ ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเหล่านี้ได้

อาการที่ควรสังเกต

– ปัสสาวะเล็ดออกมาเมื่อไอ จาม หรือออกแรง
– รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยและกลั้นไม่อยู่
– ช่องคลอดรู้สึกหลวม ไม่กระชับ
– มีความรู้สึกไม่สบายตัวหรือปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน
– สูญเสียความมั่นใจในตัวเองและมีปัญหาด้านความสัมพันธ์

นัดหมายแพทย์เพื่อปรึกษา ตรวจ และวินิจฉัยอาการได้ที่ 082-6328944
Line ID : @chincheewa

การวินิจฉัยโรค


หากคุณมีอาการดังกล่าว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจมีการทดสอบเพิ่มเติม เช่น

– การตรวจปัสสาวะ เพื่อหาการติดเชื้อหรือความผิดปกติอื่นๆ
– การทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
– การตรวจอัลตราซาวนด์ เพื่อประเมินสภาพของกระเพาะปัสสาวะและช่องคลอด

วิธีการรักษา


1. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

– ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
– หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
– ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์
– ฝึกการกลั้นปัสสาวะโดยการปัสสาวะเป็นเวลา

2. การฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Kegel Exercise)

การฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดี โดยการบีบกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอดและทวารหนัก ค้างไว้ 5-10 วินาที แล้วคลายออก ทำซ้ำ 10-15 ครั้งต่อวัน

3. การใช้ฮอร์โมนทดแทน

สำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน การใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทนสามารถช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อช่องคลอดและลดอาการปัสสาวะเล็ดได้

4. การผ่าตัด

ในกรณีที่อาการรุนแรง แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาช่องคลอดไม่กระชับหรือปัสสาวะเล็ด เช่น การผ่าตัดตาข่ายรองกระเพาะปัสสาวะ (Sling Procedure)

การฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด


กายภาพบำบัดเป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคปัสสาวะเล็ดและช่องคลอดไม่กระชับ โดยเฉพาะการฟื้นฟูกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อสำคัญที่ช่วยควบคุมการปัสสาวะและรองรับอวัยวะในอุ้งเชิงกราน

1. การฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานด้วยอุปกรณ์พิเศษ

– Biofeedback Therapy เป็นการใช้เครื่องมือช่วยให้ผู้ป่วยเห็นการทำงานของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานในเวลาจริง ทำให้สามารถฝึกกล้ามเนื้อได้อย่างถูกต้อง
– Electrical Stimulation เป็นการใช้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ กระตุ้นกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานให้แข็งแรงขึ้น

2. การบำบัดด้วย RedCord

RedCord เป็นเทคนิคการฟื้นฟูที่ใช้ระบบสายรัดและน้ำหนักตัวเพื่อฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางร่างกายและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. การออกกำลังกายแบบ Pilates

Pilates เป็นการออกกำลังกายที่เน้นการควบคุมกล้ามเนื้อแกนกลางร่างกายและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ช่วยเพิ่มความกระชับและความแข็งแรงของช่องคลอด

การป้องกัน

สรุป

เราใส่ใจสุขภาพคุณเหมือนคนในครอบครัว
หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับบริการของเรา ทีมงานของเรายินดีให้คำแนะนำ และคำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย!
📞 ปรึกษาฟรีทางโทรศัพท์: 082-6328944
📱 LINE Official Account: @chincheewa
👍 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/ChincheewaHealthcare

“สุขภาพของคุณ คือ ความสำคัญอันดับหนึ่งของเรา

Scroll to Top