TMS & PMS ในเวชศาสตร์ฟื้นฟู: เทคโนโลยีการกระตุ้นแม่เหล็กเพื่อบรรเทาปวด และฟื้นฟูประสาท


การกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นนวัตกรรมที่ปฏิวัติวงการเวชศาสตร์ฟื้นฟู โดยเฉพาะ TMS (Transcranial Magnetic Stimulation) และ PMS (Peripheral Magnetic Stimulation) ที่นำมาใช้รักษาอาการปวดเรื้อรัง ปัญหาระบบประสาท และความผิดปกติของกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้จะอธิบายหลักการทำงาน ข้อบ่งชี้การใช้งาน ข้อควรระวัง และตัวอย่างการใช้ร่วมกับโปรแกรมกายภาพบำบัดแบบเฉพาะราย เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจและตัดสินใจเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างมีข้อมูล

นัดหมายแพทย์เพื่อปรึกษา ตรวจ และวินิจฉัยอาการได้ที่ 082-6328944
Line ID : @chincheewa

TMS และ PMS คืออะไร: พื้นฐานของเทคโนโลยีการกระตุ้นแม่เหล็ก

TMS (Transcranial Magnetic Stimulation)

TMS หรือการกระตุ้นแม่เหล็กผ่านกะโหลกศีรษะ เป็นเทคนิคการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้คลื่นแม่เหล็กแรงสูงส่องผ่านกะโหลกศีรษะไปยังบริเวณสมองที่ต้องการ เพื่อกระตุ้นหรือยับยั้งการทำงานของเซลล์ประสาทในสมอง ซึ่งช่วยในการรักษาโรคซึมเศร้า อาการปวดเรื้อรัง และความผิดปกติทางระบบประสาท

PMS (Peripheral Magnetic Stimulation)

PMS หรือการกระตุ้นแม่เหล็กส่วนปลาย เป็นเทคนิคที่ใช้คลื่นแม่เหล็กกระตุ้นเส้นประสาทและกล้ามเนื้อในบริเวณต่างๆ ของร่างกาย นอกเหนือจากสมอง เช่น แขน ขา หลัง เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ และปรับปรุงการทำงานของระบบประสาทส่วนปลาย

หลักการทำงานของการกระตุ้นแม่เหล็กต่อเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ

กลไกการทำงานของ TMS


การทำงานของ TMS อาศัยหลักการเหนี่ยวนำทางแม่เหล็กไฟฟ้า โดยเครื่อง TMS จะสร้างสนามแม่เหล็กที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำในเนื้อเยื่อสมอง กระแสไฟฟ้านี้จะกระตุ้นเซลล์ประสาทให้ทำงาน หรือยับยั้งการทำงานในบริเวณที่ต้องการ

ลักษณะเฉพาะของการกระตุ้น TMS:
– ความถี่ต่ำ (Low-frequency): 1 Hz หรือน้อยกว่า ช่วยยับยั้งการทำงานของสมอง
– ความถี่สูง (High-frequency): มากกว่า 1 Hz ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง
– ความลึกของการเจาะ: ประมาณ 2-3 เซนติเมตรเข้าไปในสมอง
– ระยะเวลาการรักษา: แต่ละครั้งใช้เวลา 20-40 นาที

กลไกการทำงานของ PMS

PMS ทำงานโดยการส่งคลื่นแม่เหล็กไปยังเส้นประสาทและกล้ามเนื้อโดยตรง ทำให้เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อ (Motor evoked potential) และกระตุ้นการปลดปล่อยสารสื่อประสาทที่ช่วยบรรเทาอาการปวด

ผลกระทบทางสรีรวิทยาของ PMS:
– เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ลดการอักเสบ
– กระตุ้นการสร้าง Endorphins สารธรรมชาติบรรเทาปวด
– ปรับปรุงการส่งผ่านสัญญาณประสาท (Neural conduction)
– เพิ่มความแข็งแรงและประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อ

ข้อบ่งชี้ และการใช้งาน TMS & PMS ในเวชศาสตร์ฟื้นฟู



ข้อบ่งชี้หลักสำหรับ TMS

1. อาการปวดเรื้อรัง (Chronic Pain)
– ปวดหัวไมเกรน: การศึกษาพบว่า TMS ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของไมเกรนได้ถึง 50-70%
– ปวดไฟเบรมไอแอลเจีย: ช่วยปรับสมดุลสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ความปวด
– ปวดจากความเสียหายของระบบประสาทกลาง (Central neuropathic pain)

2. โรคซึมเศร้าและความผิดปกติทางจิตเวช
– โรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อยา
– ความผิดปกติทางอารมณ์หลังจากโรคหลอดเลือดสมอง

3. ความผิดปกติทางระบบประสาท
– อาการหลังโรคหลอดเลือดสมอง (Post-stroke symptoms)
– โรคพาร์กินสัน ระยะเริ่มต้น
– ปัญหาการพูด (Aphasia) หลังจากโรคหลอดเลือดสมอง

ข้อบ่งชี้หลักสำหรับ PMS

1. อาการปวดกล้ามเนื้อและข้อ
– ปวดหลังเรื้อรัง: ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งและลดการอักเสบ
– ปวดคอและไหล่จากการใช้งานมากเกินไป
– ปวดข้อเข่าจากโรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis)

2. ความผิดปกติของระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral Neuropathy)
– เบาหวานแทรกซ้อนระบบประสาท: ช่วยปรับปรุงการรับความรู้สึกและลดอาการชา
– การอักเสบของเส้นประสาทจากการบาดเจ็บ
– ปัญหาการทำงานของกล้ามเนื้อหลังการผ่าตัด

3. การฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อ
– กล้ามเนื้ออ่อนแรงจากการนอนติดเตียงนาน
– การฟื้นฟูหลังการบาดเจ็บกีฬา
– ปรับปรุงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ

สถิติ และข้อมูลการวิจัย

จากการศึกษาวิจัยระหว่างประเทศที่ตีพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ชั้นนำ พบว่า:

TMS มีประสิทธิภาพในการรักษาปวดเรื้อรังอยู่ที่ 60-80%
PMS ช่วยลดอาการปวดได้ 40-70% หลังจากการรักษา 6-12 ครั้ง
– อัตราการเกิดผลข้างเคียงของทั้งสองวิธีอยู่ที่น้อยกว่า 5%
– ผู้ป่วยกว่า 85% รายงานความพึงพอใจต่อการรักษา

ความแตกต่างระหว่าง TMS และ PMS


TMS (การกระตุ้นสมอง)

จุดเด่น:
– เข้าถึงสาเหตุของปัญหาที่ระบบประสาทกลาง
– เหมาะสำหรับปัญหาเชิงจิตเวชและความปวดที่มีต้นกำเนิดจากสมอง
– ผลการรักษาคงทนนาน
– ไม่ต้องสัมผัสร่างกายโดยตรง

ข้อจำกัด:
– ต้องมีความระมัดระวังสูงเรื่องความปลอดภัย
– ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีโลหะในสมอง
– ราคาการรักษาสูงกว่า
– ต้องใช้เวลารักษานานกว่า

PMS (การกระตุ้นส่วนปลาย)

จุดเด่น:
– ปลอดภัยสูง มีข้อจำกัดน้อย
– เหมาะสำหรับปัญหากล้ามเนื้อและระบบประสาทส่วนปลาย
– สามารถรักษาได้หลายบริเวณพร้อมกัน
– ราคาการรักษาเข้าถึงได้มากกว่า

ข้อจำกัด:
– อาจต้องรักษาบ่อยกว่าเพื่อรักษาผล
– ไม่เหมาะสำหรับปัญหาที่มีต้นกำเนิดจากสมอง
– ผลการรักษาอาจใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล

การเลือกใช้ TMS หรือ PMS อย่างเหมาะสม

เลือก TMS เมื่อ:
– มีปัญหาซึมเศร้าร่วมกับอาการปวด
– ปวดหัวไมเกรนเรื้อรัง
– อาการปวดที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป
– มีประวัติโรคหลอดเลือดสมองที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว
– ต้องการการรักษาที่มีผลระยะยาว

เลือก PMS เมื่อ:
– ปวดกล้ามเนื้อ และข้อเฉพาะบริเวณ
– มีปัญหาการทำงานของกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน
– ต้องการการรักษาที่ปลอดภัยสูง
– ต้องการรักษาหลายบริเวณพร้อมกัน
– งบประมาณการรักษาจำกัด

การใช้ร่วมกัน:
– ปัญหาที่ซับซ้อนมีทั้งต้นเหตุจากสมองและส่วนปลาย
– การฟื้นฟูหลังโรคหลอดเลือดสมอง
– ผู้ป่วยที่ต้องการผลการรักษาที่สมบูรณ์ที่สุด

นัดหมายแพทย์เพื่อปรึกษา ตรวจ และวินิจฉัยอาการได้ที่ 082-6328944
Line ID : @chincheewa

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


Q : การรักษาด้วย TMS และ PMS ปวดหรือไม่?
A : การรักษาด้วย TMS อาจมีความรู้สึกกระแทกเล็กน้อยเหมือนการถูกเคาะที่หนังศีรษะ ไม่ปวดมาก ส่วน PMS จะมีความรู้สึกเหมือนการหดตัวของกล้ามเนื้อแบบไม่สมัครใจ อาจรู้สึกแปลกใหม่ในครั้งแรกแต่ไม่เจ็บปวด

Q : ใช้เวลารักษานานแค่ไหน?
A : TMS แต่ละครั้งใช้เวลา 20-40 นาที PMS แต่ละครั้งใช้เวลา 15-30 นาที ระยะเวลาการรักษาทั้งหมดขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและการตอบสนองของผู้ป่วย

Q : สามารถกลับไปทำงานได้ทันทีหลังการรักษาหรือไม่?
A : ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจวัตรปกติได้ทันที แต่ในกรณีของ TMS แนะนำให้หลีกเลี่ยงการขับรถในวันแรกหากเป็นการรักษาครั้งแรก

Q : ผลการรักษาจะคงอยู่นานแค่ไหน?
A : ผลการรักษาด้วย TMS สามารถคงอยู่ได้ 6-12 เดือน ส่วน PMS อาจต้องมาบำรุงรักษาทุก 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ของแต่ละบุคคล

Q : มีการรักษาทางเลือกอื่นหรือไม่?
A : TMS และ PMS เป็นการรักษาทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบเดิม แต่ยังคงสามารถใช้ร่วมกับการรักษาอื่นๆ เช่น กายภาพบำบัด การใช้ยา หรือการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม

สรุป: TMS และ PMS ทางเลือกใหม่สำหรับการฟื้นฟูสุขภาพ

TMS และ PMS ถือเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีบทบาทสำคัญในเวชศาสตร์ฟื้นฟูยุคใหม่ ด้วยความปลอดภัยสูง ประสิทธิภาพที่พิสูจน์แล้วทางการแพทย์ และความสามารถในการนำมาใช้ร่วมกับการรักษาแบบบูรณาการ ทำให้ผู้ป่วยที่เคยได้รับการรักษาไม่หายขาด มีทางเลือกในการฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างมีคุณภาพ

การเลือกใช้ TMS หรือ PMS ควรอิงตามการประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่จะพิจารณาจากอาการ สาเหตุของโรค ประวัติการรักษา และเป้าหมายการฟื้นฟูของแต่ละบุคคล การรักษาแบบบูรณาการที่ผสมผสานเทคโนโลยีกระตุ้นแม่เหล็กกับกายภาพบำบัด จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและยั่งยืน

ที่ฉินชีวา เฮลท์แคร์ สหคลินิก เรามุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้เพื่อการฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วย ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ดีที่สุดและกลับไปมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างยั่งยืน

เราใส่ใจสุขภาพคุณเหมือนคนในครอบครัว
หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับบริการของเรา ทีมงานของเรายินดีให้คำแนะนำ และคำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย!
📞 ปรึกษาฟรีทางโทรศัพท์: 082-6328944
📱 LINE Official Account: @chincheewa
👍 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/ChincheewaHealthcare

“สุขภาพของคุณ คือ ความสำคัญอันดับหนึ่งของเรา

Scroll to Top