ปวดคอจากมือถือ อย่าชะล่าใจ! รู้ทันและป้องกัน Text Neck Syndrome ตั้งแต่วันนี้

“เฮ้ย! ปวดคออีกแล้ว” – ประโยคนี้คุ้นไหมครับ? หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องใช้มือถือแทบจะทุกนาที ทุกวินาที หรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นประจำ แล้วมักจะรู้สึกปวดคอ เมื่อยไหล่ หรือปวดหัวท้ายทอย บทความนี้เขียนมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ!

ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้มือถือเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นที่เล่นเกม ดูคลิป หรือคนทำงานที่ต้องตอบอีเมล เช็คไลน์ตลอดเวลา บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงอันตรายของ Text Neck Syndrome และวิธีป้องกันรักษาที่เหมาะสม

นัดหมายแพทย์เพื่อปรึกษา ตรวจ และวินิจฉัยอาการได้ที่ 082-6328944
Line ID : @chincheewa

Text Neck Syndrome คืออะไร

Text Neck Syndrome เป็นอาการปวดคอและไหล่ที่เกิดจากการก้มหน้าดูมือถือ แท็บเล็ต หรือหน้าจอดิจิทัลเป็นเวลานาน โดยคำว่า “Text Neck” มาจากการพิมพ์ข้อความ (Text) ที่ทำให้คอ (Neck) เกิดปัญหา

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาการนี้พบได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานที่ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลเป็นประจำ สถิติแสดงให้เห็นว่าคนเราใช้เวลาดูมือถือเฉลี่ยวันละ 3-5 ชั่วโมง และในระหว่างนั้น คอของเรากำลังรับแรงกดทับที่เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า!

ทำไม Text Neck Syndrome จึงเกิดขึ้น

เมื่อเราอยู่ในท่าทางปกติ หัวจะอยู่ในแนวตรงเหนือไหล่ โดยกล้ามเนื้อคอจะช่วยพยุงน้ำหนักของหัว (ประมาณ 4.5-5.5 กิโลกรัม) ได้อย่างสมดุล แต่เมื่อเราก้มหน้าดูมือถือ หัวจะเอียงไปข้างหน้า ทำให้:

แรงกดทับเพิ่มขึ้น: เมื่อก้มหัว 15 องศา น้ำหนักที่กดทับคอจะเพิ่มเป็น 12 กิโลกรัม
ก้มหัว 30 องศา: น้ำหนักเพิ่มเป็น 18 กิโลกรัม
ก้มหัว 45 องศา: น้ำหนักเพิ่มเป็น 22 กิโลกรัม
ก้มหัว 60 องศา: น้ำหนักสูงสุดถึง 27 กิโลกรัม

ลองจินตนาการดูสิ หากเราก้มหน้าลงมองมือถือทุกครั้งที่ใช้ แปลว่าในหนึ่งวันเราก้มหน้ามากกว่า 3,000 ครั้ง และในหนึ่งปีเราจะก้มหน้าไปแล้วมากกว่า 1 ล้านครั้ง!

อาการของ Text Neck ที่ต้องระวัง

หลายคนอาจคิดว่าปวดคอเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความจริงแล้ว Text Neck มีอาการที่หลากหลายและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตมากกว่าที่คิด

อาการเบื้องต้น
ปวดคอด้านหลัง: รู้สึกเจ็บ เมื่อย หรือตึงที่ต้นคอ และแผ่ไปยังไหล่
ปวดศีรษะ: เกิดจากการที่กล้ามเนื้อคอตึงเครียด ส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิต
ไหล่แข็ง: รู้สึกเมื่อยล้า และตึงบริเวณกล้ามเนื้อไหล่รวมไปถึงหลังส่วนบน
อ่อนเพลีย: เกิดจากการที่ร่างกายใช้พลังงานมากเกินไปในการรักษาท่าทางที่ผิด

อาการที่รุนแรงขึ้น
ชาหรือเสียวแขน: เกิดจากการกดทับเส้นประสาท
ปวดหลังส่วนบน: กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนักเกินไปเพื่อชดเชยท่าทางที่ผิด
หายใจไม่สะดวก: ท่าทางก้มหน้าทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่
นอนไม่หลับ: ปวดคอและไหล่รบกวนการพักผ่อน

สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์
– ปวดคอรุนแรง และไม่หายไปหลังจากพักผ่อน
– ชาแขน หรือมือเป็นประจำ
– ปวดหัวบ่อยๆ โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอย
– มีอาการวิงเวียนศีรษะ
– กล้ามเนื้อคอเกร็งจนไม่สามารถหันหน้าได้ปกติ

ใครเสี่ยงต่อ Text Neck Syndrome บ้าง?

กลุ่มเสี่ยงสูง : วัยรุ่น (13-19 ปี)
– ใช้มือถือเฉลี่ย 7-9 ชั่วโมงต่อวัน
– เล่นเกมมือถือเป็นเวลานาน
– ดูวิดีโอ คลิป TikTok หรือ YouTube ต่อเนื่อง
– แชทกับเพื่อนผ่านแอปต่างๆ
– ท่าทางการใช้งานมักไม่ถูกต้อง

คนทำงานวัยผู้ใหญ่ (20-40 ปี)
– ตอบอีเมลงานผ่านมือถือ
– ใช้แอปสำนักงาน เช็คเอกสาร
– ประชุมออนไลน์ผ่านมือถือ
– เล่นโซเชียลมีเดียในช่วงพักเบรก
– ใช้มือถือแทนคอมพิวเตอร์ในการทำงาน

ผู้สูงอายุที่เริ่มใช้เทคโนโลยี
– ยังไม่คุ้นเคยกับท่าทางที่ถูกต้อง
– มักจะถือมือถือใกล้หน้า
– กล้ามเนื้อและกระดูกเริ่มอ่อนแอ

ปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม
ขนาดหน้าจอ: หน้าจอเล็กทำให้ต้องก้มหน้ามากกว่า
ระยะเวลาการใช้งาน: ใช้ต่อเนื่องนานกว่า 30 นาที
ท่าทางการนั่ง: นั่งบนโซฟา เตียง หรือพื้นที่ไม่เหมาะสม
ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ: กล้ามเนื้อคอ และหลังอ่อนแอ
ประวัติโรคประจำตัว: มีปัญหาหลัง หรือคอมาก่อน

ผลกระทบระยะยาวของ Text Neck Syndrome

Text Neck Syndrome ไม่ใช่แค่ปวดคอธรรมดา หากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้หลายด้าน

ผลกระทบต่อโครงสร้างกระดูกสันหลัง
การเสื่อมของข้อกระดูกคอ: กระดูกสันหลังส่วนคอสึกหรอก่อนวัย
หมอนรองกระดูกเสื่อม: ส่งผลให้มีอาการปวดเรื้อรัง
กระดูกสันหลังโค้ง: เกิดการโค้งผิดปกติของกระดูกสันหลัง (Forward Head Posture)

ผลกระทบต่อระบบประสาท
กดทับเส้นประสาท: ทำให้เกิดอาการชา เสียว หรือปวดแผ่ไปยังแขนและมือ
ปวดหัว: จากการไหลเวียนของโลหิตที่ไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
ปัญหาการทรงตัว: เส้นประสาทที่ควบคุมการทรงตัวถูกรบกวน

ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต
การนอนหลับ: อาการปวดรบกวนการพักผ่อน ทำให้นอนไม่หลับ
ความเครียด: อาการปวดเรื้อรังเพิ่มระดับความเครียด
ประสิทธิภาพการทำงาน: ปวดคอทำให้สมาธิไม่ดี ทำงานได้ไม่เต็มที่
กิจกรรมยามว่าง: ไม่สามารถออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่รักได้

นัดหมายแพทย์เพื่อปรึกษา ตรวจ และวินิจฉัยอาการได้ที่ 082-6328944
Line ID : @chincheewa

วิธีป้องกัน Text Neck Syndrome ที่ใช้ได้จริง

การป้องกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับ Text Neck Syndrome เพราะง่ายกว่าการรักษาเมื่อเกิดอาการแล้ว

การปรับท่าทางการใช้มือถือ
– ยกมือถือขึ้นมาในระดับสายตา
– ให้หัวอยู่ในแนวตรงเหนือไหล่
– ไม่ก้มหน้าลงดูหน้าจอ
– ใช้สองมือประคองมือถือ

การจัดสภาพแวดล้อม
– หาที่นั่งที่มีพนักพิงดี
– ใช้หมอนรองหลังให้พอดี
– วางเท้าแนบพื้นเมื่อนั่ง
– หลีกเลี่ยงการใช้มือถือบนเตียง

การจัดการเวลาการใช้งาน กฎ 20-20-20
– ทุก 20 นาที ให้หยุดพัก 20 วินาที
– มองไปที่วัตถุที่ห่างจากตา 20 ฟุต (6 เมตร)
– ยืดกล้ามเนื้อคอและไหล่เบาๆ

การแบ่งเวลาใช้งาน
– ตั้งเตือนทุก 30 นาที
– หลีกเลี่ยงการใช้มือถือต่อเนื่องเกิน 1 ชั่วโมง
– แทรกกิจกรรมอื่นระหว่างการใช้มือถือ

การออกแบบพื้นที่ทำงานที่เป็นมิตรต่อสรีระร่างกาย

จัดโต๊ะทำงานให้ถูกหลัก Ergonomics

ระดับความสูงของหน้าจอ
– หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ในระดับเดียวกับสายตา
– ไม่ต้องก้มหน้าหรือเงยหน้าดูหน้าจอ
– ระยะห่างจากตาถึงหน้าจอประมาณ 50-70 เซนติเมตร
– ใช้ขาตั้งจอหรือหนังสือรองเพิ่มความสูง

การจัดวางอุปกรณ์
– วางคีย์บอร์ดและเมาส์ในระดับเดียวกัน
– ข้อศอกอยู่ใกล้ลำตัวและงอประมาณ 90 องศา
– มือสามารถวางอย่างผ่อนคลายบนคีย์บอร์ด
– ใช้ที่รองข้อมือช่วยลดแรงกดทับ

เก้าอี้ที่เหมาะสม
– มีพนักพิงหลังรองรับส่วนโค้งของหลัง
– สามารถปรับความสูงได้ตามสัดส่วนร่างกาย
– มีที่วางแขนช่วยรองรับแขนและไหล่
– เท้าแนบพื้นหรือใช้ที่พักเท้า

การใช้มือถือในออฟฟิศ

ตั้งกฎการใช้มือถือ
– ใช้มือถือสำหรับงานจำเป็นเท่านั้น
– งานที่ซับซ้อนให้ใช้คอมพิวเตอร์แทน
– หลีกเลี่ยงการตอบอีเมลยาวๆ ผ่านมือถือ
– ใช้การโทรแทนการพิมพ์ข้อความยาว

การจัดพื้นที่พิเศษ
– จัดมุมพักผ่อนที่มีเก้าอี้รองรับหลังดี
– วางมือถือบนโต๊ะแทนการถือไว้ในมือ
– ใช้ลำโพงหรือหูฟังสำหรับการประชุมออนไลน์
– มีอุปกรณ์ยืดเหยียดไว้ใกล้โต๊ะทำงาน

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Text Neck Syndrome

“เป็นแค่ปวดคอธรรมดา จะหายเอง” ความจริง: Text Neck Syndrome หากไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลต่อโครงสร้างกระดูกสันหลังและเส้นประสาทอย่างถาวร

“เด็กไม่เป็น Text Neck Syndrome” ความจริง: เด็กและวัยรุ่นเสี่ยงสูงเพราะใช้มือถือบ่อยและร่างกายยังเจริญเติบโต การเกิดปัญหาในวัยเด็กอาจส่งผลระยะยาวมากกว่าผู้ใหญ่

“ยืดกล้ามเนื้อครั้งเดียวก็หาย” ความจริง: การยืดกล้ามเนื้อช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ต้องทำสม่ำเสมอและแก้ไขสาเหตุหลักคือพฤติกรรมการใช้มือถือ

“ใช้ยาแก้ปวดก็เพียงพอ” ความจริง: ยาแก้ปวดเป็นเพียงการรักษาอาการ ไม่ได้แก้ไขสาเหตุหลัก หากไม่เปลี่ยนพฤติกรรมอาการจะกลับมาใหม่

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ
– คนเราเงยหน้าดูฟ้าประมาณ 2-3 ครั้งต่อวัน แต่ก้มหน้าดูมือถือ 150-300 ครั้งต่อวัน
– กล้ามเนื้อคอของมนุษย์วิวัฒนาการมาเพื่อมองไปข้างหน้า ไม่ใช่ก้มลง
– การใช้มือถือ 1 ชั่วโมงต่อวัน เท่ากับการออกกำลังกายยกน้ำหนัก 27 กิโลกรัมเป็นเวลา 1 ชั่วโมง
– ผู้ที่มี Text Neck Syndrome มีแนวโน้มมีปัญหากับการนอนหลับสูงกว่าคนทั่วไป 3 เท่า

บทสรุป: ป้องกันดีกว่ารักษา

Text Neck Syndrome ไม่ใช่แค่ปัญหาสุขภาพธรรมดาที่จะหายไปเอง แต่เป็นภาวะที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การรู้จักใช้อุปกรณ์ดิจิทัลอย่างถูกต้องและปลอดภัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น

ที่ ฉินชีวา เฮลท์แคร์ สหคลินิกของเรา เราเข้าใจว่า Text Neck Syndrome ไม่ใช่แค่ปัญหาทางกายภาพ แต่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตในยุคดิจิทัล ดังนั้นการรักษาจึงต้องครอบคลุมทั้งการบำบัดทางกายภาพ การให้ความรู้ และการช่วยเหลือในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

เรามุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรด้านสุขภาพของคุณ ไม่เพียงแค่รักษาอาการที่เกิดขึ้น แต่ยังช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหากลับมาใหม่ พร้อมทั้งส่งเสริมให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีในยุคเทคโนโลยี

หากคุณมีอาการหรือความกังวลเกี่ยวกับ Text Neck Syndrome อย่าปล่อยให้อาการรุนแรงขึ้น การได้รับการประเมินและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและใช้เทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัย

เราใส่ใจสุขภาพคุณเหมือนคนในครอบครัว
หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับบริการของเรา ทีมงานของเรายินดีให้คำแนะนำ และคำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย!
📞 ปรึกษาฟรีทางโทรศัพท์: 082-6328944
📱 LINE Official Account: @chincheewa
👍 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/ChincheewaHealthcare

“สุขภาพของคุณ คือ ความสำคัญอันดับหนึ่งของเรา

Scroll to Top