แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูคือใคร? ทำไมถึงสำคัญต่อการฟื้นฟูชีวิตและสุขภาพของผู้ป่วย

ในโลกของการแพทย์ที่ครอบคลุมหลายแขนง “แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู” อาจเป็นชื่อที่ยังไม่คุ้นหูสำหรับคนทั่วไป แต่บทบาทของแพทย์เฉพาะทางกลุ่มนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการฟื้นฟูผู้ป่วยที่เผชิญกับการสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ว่าจะเกิดจากโรคเรื้อรัง อุบัติเหตุ หรือปัญหาสุขภาพที่ทำให้ร่างกายและจิตใจไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู หรือที่เรียกกันว่า Physiatrist คือผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วย โดยไม่เพียงแค่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูอย่างละเอียด ตั้งแต่บทบาท หน้าที่ ความแตกต่างระหว่างหมอกายภาพบำบัดและนักกายภาพบำบัด ไปจนถึงความสำคัญของศาสตร์นี้ในการช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ

แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูคือใคร?
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็นแพทย์เฉพาะทางที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมหรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด ความแตกต่างของแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจากแพทย์สาขาอื่น ๆ คือการมุ่งเน้นที่ “การฟื้นฟู” มากกว่า “การรักษาโรค” เช่น หากผู้ป่วยมีอาการอัมพาตครึ่งซีกจากโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) แพทย์ทางระบบประสาทจะดูแลเรื่องการรักษาสมองและระบบประสาท ในขณะที่แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะเข้ามาดูแลเรื่องการฟื้นฟูการเคลื่อนไหว การเดิน การใช้ชีวิตประจำวัน และการกลับเข้าสู่สังคม
บทบาทของแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูมีบทบาทที่ครอบคลุมในกระบวนการฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วย โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยต้องการการดูแลในระยะยาว ตัวอย่างบทบาทสำคัญของแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ได้แก่:
1. การวินิจฉัยและประเมินภาวะของผู้ป่วย
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะทำการประเมินสภาพร่างกาย จิตใจ และสังคมของผู้ป่วยอย่างละเอียด เช่น การประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทำงานของระบบประสาท หรือความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน
การวินิจฉัยจะพิจารณาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการฟื้นฟู เช่น ความเจ็บปวด การอักเสบ หรือข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว
2. การวางแผนการฟื้นฟูเฉพาะบุคคล
หลังจากการประเมินแล้ว แพทย์จะวางแผนการฟื้นฟูที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน เช่น การกำหนดเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว
ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่สูญเสียความสามารถในการเดินหลังจากประสบอุบัติเหตุ เป้าหมายระยะแรกอาจเป็นการฝึกยืน ส่วนเป้าหมายระยะยาวคือการเดินได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์
3. การใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือช่วยฟื้นฟู
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อไฟฟ้า (Electrical Stimulation) เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง
การใช้หุ่นยนต์ช่วยเดิน (Robotic Rehabilitation) ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาในการเดินสามารถฝึกเดินได้อย่างปลอดภัย
4. การทำหัตถการเฉพาะทาง
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูสามารถทำหัตถการที่ช่วยลดอาการปวดหรือฟื้นฟูสมรรถภาพ เช่น การฉีดยาเข้าข้อ การฝังเข็ม หรือการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound Therapy)
5. การทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ
การฟื้นฟูที่ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักจิตวิทยา และผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ

หมอกายภาพบำบัด กับนักกายภาพบำบัด ต่างกันอย่างไร?
นี่เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เนื่องจากทั้งสองอาชีพเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูร่างกาย แต่บทบาทของหมอกายภาพบำบัด (แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู) และนักกายภาพบำบัดต่างกันอย่างชัดเจน:
หมอกายภาพบำบัด (Physiatrist):
– เป็นแพทย์ที่เรียนจบแพทยศาสตร์และผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู
– มีหน้าที่วินิจฉัยโรค วางแผนการฟื้นฟู และทำหัตถการทางการแพทย์
– สามารถสั่งยาและใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ซับซ้อนได้
นักกายภาพบำบัด (Physical Therapist):
– เป็นผู้เชี่ยวชาญที่เรียนจบด้านกายภาพบำบัดโดยตรง
– มีหน้าที่ปฏิบัติตามแผนการฟื้นฟูที่แพทย์กำหนด เช่น การฝึกการเคลื่อนไหว การใช้เครื่องมือช่วยฟื้นฟู หรือการสอนผู้ป่วยออกกำลังกาย
– ไม่สามารถวินิจฉัยโรคหรือสั่งยาได้
ตัวอย่างสถานการณ์:
หากผู้ป่วยมีอาการปวดหลังเรื้อรัง หมอกายภาพบำบัดอาจวินิจฉัยสาเหตุของอาการปวด เช่น หมอนรองกระดูกเคลื่อน แล้วสั่งการรักษา เช่น การฉีดยาเข้าข้อ หรือการทำกายภาพบำบัด ขณะที่นักกายภาพบำบัดจะดำเนินการตามแผน เช่น สอนท่าบริหารเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลัง
นัดหมายแพทย์เพื่อปรึกษา ตรวจ และวินิจฉัยอาการได้ที่ 082-6328944
Line ID : @chincheewa
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูช่วยผู้ป่วยอย่างไร?
1. ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว
– แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูช่วยผู้ป่วยที่สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว เช่น การเดิน การยกแขน หรือการนั่ง ให้กลับมาทำได้อีกครั้ง
– ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกจากโรคหลอดเลือดสมอง อาจต้องฝึกการเดินด้วยเครื่องช่วยเดิน (Walker) ก่อนที่จะฝึกเดินด้วยตัวเอง
2. ลดความเจ็บปวดและอาการอักเสบ
– ด้วยการใช้เทคนิคทางการแพทย์ เช่น การฉีดยาเข้าข้อ หรือการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูสามารถช่วยลดความเจ็บปวดและอาการอักเสบได้
3. ส่งเสริมสุขภาพจิต
การฟื้นฟูไม่ได้เกี่ยวข้องแค่กับร่างกาย แต่ยังรวมถึงจิตใจ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูช่วยสร้างความมั่นใจและกำลังใจให้ผู้ป่วย
4. ช่วยผู้ป่วยกลับเข้าสู่สังคม
การฟื้นฟูช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปทำกิจกรรมที่รัก หรือเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชน เช่น การทำงาน การเล่นกีฬา หรือการดูแลครอบครัว

ตัวอย่างกรณีศึกษาของผู้ป่วย
กรณีที่ 1: ผู้ป่วยหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
– ปัญหา: เดินไม่ได้เนื่องจากกลัวเจ็บ
– การรักษา: แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูกำหนดแผนการฟื้นฟู เช่น การฝึกเดินด้วยอุปกรณ์ช่วย และการใช้เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อไฟฟ้า
– ผลลัพธ์: ผู้ป่วยสามารถเดินได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์
กรณีที่ 2: ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกจากโรคหลอดเลือดสมอง
– ปัญหา: สูญเสียความสามารถในการใช้แขนและขาข้างหนึ่ง
– การรักษา: ใช้โปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะ เช่น การฝึกเดินด้วยหุ่นยนต์ และการทำกิจกรรมบำบัด
– ผลลัพธ์: ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตัวเอง
สรุป
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้ ลดความเจ็บปวด เสริมสร้างกำลังใจ หรือช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตในสังคมอีกครั้ง ศาสตร์นี้เป็นมากกว่าการรักษาโรค แต่คือการฟื้นฟู “ชีวิต” ของผู้ป่วยในทุกมิติ
เราใส่ใจสุขภาพคุณเหมือนคนในครอบครัว
หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับบริการของเรา ทีมงานของเรายินดีให้คำแนะนำ และคำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย!
📞 ปรึกษาฟรีทางโทรศัพท์: 082-6328944
📱 LINE Official Account: @chincheewa
👍 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/ChincheewaHealthcare
“สุขภาพของคุณ คือ ความสำคัญอันดับหนึ่งของเรา“
