รักษาออฟฟิศซินโดรมที่ไหนดี? คลินิกกายภาพบำบัดมีทางเลือกอะไรบ้าง

ออฟฟิศซินโดรมเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน อาการปวดคอ ปวดหลัง ปวดไหล่ และปวดข้อมือ กลายเป็นเรื่องปกติที่หลายคนต้องเผชิญ แต่การเลือกสถานที่รักษาออฟฟิศซินโดรมที่เหมาะสมและได้ผลจริง กลับเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

วันนี้เราจะมาแนะนำทางเลือกในการรักษาออฟฟิศซินโดรม พร้อมเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของแต่ละวิธี เพื่อให้คุณสามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับอาการ และความต้องการของตัวเอง

นัดหมายแพทย์เพื่อปรึกษา ตรวจ และวินิจฉัยอาการได้ที่ 082-6328944
Line ID : @chincheewa

ออฟฟิศซินโดรมคืออะไร? ทำไมต้องรักษา?

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) หรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่า Work-Related Musculoskeletal Disorders (WMSDs) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการทำงานในท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์

อาการที่พบบ่อยของออฟฟิศซินโดรม

อาการปวดคอ และไหล่
– ปวดเมื่อยบริเวณคอ และต้นคอ
– ไหล่ตึง และปวดเมื่อย
– ปวดศีรษะบริเวณท้ายทอย
– รู้สึกเสียวซ่าลงแขน

อาการปวดหลัง
– ปวดหลังส่วนล่าง (Lower Back Pain)
– ปวดกล้ามเนื้อหลังส่วนบน
– รู้สึกเสียวซ่าลงขา
– ปวดข้อมือ และข้อนิ้วมือ
– หลังแข็ง และเคลื่อนไหวลำบาก

อาการปวดข้อมือ และแขน
– Carpal Tunnel Syndrome หรืออาการปวดข้อมือ
– ปวดเมื่อยบริเวณข้อศอก (Tennis Elbow)
– นิ้วมือชา และเสียวซ่า
– จับของหนักไม่ได้

การปล่อยทิ้งออฟฟิศซินโดรมไว้โดยไม่รักษา อาจส่งผลให้เกิดปัญหาระยะยาวที่รุนแรงขึ้น เช่น การเสื่อมของข้อต่อ หมอนรองกระดูกเสื่อม หรือแม้กระทั่งการบาดเจ็บของเส้นประสาท

ทางเลือกในการรักษาออฟฟิศซินโดรม

1. คลินิกแพทย์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด (Rehabilitation & Physical Therapy Clinic)
คลินิกแพทย์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัดเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาออฟฟิศซินโดรม เนื่องจากมีทั้งแพทย์เฉพาะทางและนักกายภาพบำบัดทำงานร่วมกัน

ข้อดีของคลินิกแพทย์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด:
– การรักษาแบบ Multidisciplinary Team โดยแพทย์เฉพาะทางร่วมกับนักกายภาพบำบัด
– การวินิจฉัยที่แม่นยำและครอบคลุม รวมถึงการสั่งตรวจเพิ่มเติมได้หากจำเป็น
– แผนการรักษาที่ครบถ้วน และเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
– สามารถให้ยาประกอบการรักษาได้ในกรณีที่จำเป็น
– การติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์
– ความปลอดภัยสูงในการรักษา
– การให้คำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับการป้องกันและการดูแลตนเอง

ข้อจำกัด:
– ค่าใช้จ่ายสูงกว่าคลินิกกายภาพบำบัดทั่วไป
– อาจต้องรอคิวนานกว่าในบางคลินิก
– ต้องมีความร่วมมือสูงจากผู้ป่วยในการทำตามแผนการรักษา

2. คลินิกกายภาพบำบัด (Physical Therapy Clinic)
คลินิกกายภาพบำบัดเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากสำหรับการรักษาออฟฟิศซินโดรม โดยเน้นการรักษาด้วยเทคนิคทางกายภาพบำบัดเป็นหลัก

ข้อดีของคลินิกกายภาพบำบัด:
– การรักษาเฉพาะทาง โดยนักกายภาพบำบัด
– การประเมินที่ครอบคลุมทั้งอาการ และสาเหตุ
– การรักษาแบบไม่ใช้ยา (Non-pharmacological Treatment)
– การให้ความรู้ และฝึกท่าบริหารเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
– ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับการรักษาในโรงพยาบาล
– สะดวกในการนัดหมาย มีความยืดหยุ่นในเวลา

ข้อจำกัด:
– ไม่สามารถให้ยา หรือสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการได้
– อาจต้องใช้เวลาในการรักษานานกว่าการใช้ยาแก้ปวด
– ในกรณีที่อาการรุนแรงมาก อาจต้องส่งต่อไปพบแพทย์

3. โรงพยาบาลรัฐ

ข้อดีของโรงพยาบาลรัฐ:
– ค่าใช้จ่ายไม่สูง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีสิทธิ์การรักษา
– มีอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย และครบครัน
– สามารถตรวจเพิ่มเติมได้หากจำเป็น เช่น X-ray, MRI
– มีแพทย์เฉพาะทางหลายสาขา

ข้อจำกัด:
– ต้องใช้เวลารอคิวนาน
– การนัดหมายไม่ยืดหยุ่น
– เวลาในการรักษาแต่ละครั้งจำกัด
– อาจได้รับการรักษาแบบมาตรฐานที่ไม่เฉพาะเจาะจง

4. โรงพยาบาลเอกชน

ข้อดีของโรงพยาบลเอกชน:
– บริการรวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวนาน
– การนัดหมายที่สะดวก และยืดหยุ่น
– ความสะดวกสบายในการรับบริการ
– การรักษาที่ครบวงจร

ข้อจำกัด:
– ค่าใช้จ่ายสูง
– อาจมีการขายบริการเกินความจำเป็น
– การรักษาอาจเน้นการใช้ยา หรือเทคโนโลยีมากกว่าการแก้ไขพฤติกรรม

5. สปา และนวดแผนไทย

ข้อดีของสปา และนวดแผนไทย:
– ช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้ชั่วคราว
– สร้างความรู้สึกผ่อนคลาย
– ราคาไม่แพง
– สะดวกในการเข้าถึง

ข้อจำกัด:
– เป็นการรักษาอาการเฉพาะหน้า ไม่ได้แก้ไขต้นเหตุ
– ไม่มีการประเมิน และวินิจฉัยที่ถูกต้อง
– อาจเกิดการบาดเจ็บได้หากนักนวดไม่มีความรู้เพียงพอ
– ผลการรักษาไม่ยั่งยืน

ฉินชีวา เฮลท์แคร์ สหคลินิก: จุดหมายปลายทางสำหรับการรักษาออฟฟิศซินโดรม

ที่ฉินชีวา เฮลท์แคร์ สหคลินิก เราเข้าใจดีว่าการรักษาออฟฟิศซินโดรมต้องเป็นการรักษาที่ครบวงจรและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์

บริการของเรา

1. การประเมิน และวินิจฉัยที่ครอบคลุม
– การตรวจร่างกายอย่างละเอียด
– การประเมินท่าทาง และการเคลื่อนไหว
– การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา
– การวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

2. การรักษาด้วยเทคนิคทันสมัย
– Manual Therapy โดยนักกายภาพบำบัดที่ผ่านการรับรอง
– Exercise Therapy ที่ออกแบบเฉพาะบุคคล
– Dry Needling สำหรับการรักษาจุด Trigger Point
– อัลตราซาวนด์ (Ultrasound Therapy) ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดการอักเสบ และส่งเสริมการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
– TENS (Transcutaneous Electrical Nerve Stimulation) เพื่อลดอาการปวด
– ประคบร้อนเพื่อคลายกล้ามเนื้อ และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
– ประคบเย็นเพื่อลดการอักเสบ และอาการปวด
– การใช้เลเซอร์ (High Power Laser Therapy) เลเซอร์ความเข้มสูง ช่วยเร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและลดการอักเสบ
– ฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะจุด (Local Steroid Injection) หรือการฉีด Trigger Point Injection
– Focus Shockwave การรักษาด้วยคลื่นกระแทก เพื่อลดอาการปวด
– Redcord การฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้กลับมาทำงานได้ปกติเหมือนเดิม

3. การฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation)
– โปรแกรมฟื้นฟูที่ปรับให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์
– การฝึกท่าทางที่ถูกต้องในการทำงาน
– การสอนเทคนิคการจัดการความเครียด
– การติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง

4. การป้องกันการกลับเป็นซ้ำ
– การให้คำแนะนำด้าน Ergonomics
– การสอนท่าบริหารที่ทำได้ที่ทำงาน
– การวางแผนการออกกำลังกายระยะยาว
– การติดตาม และประเมินผลเป็นระยะ

จุดเด่นของการรักษาที่ฉินชีวา เฮลท์แคร์

ทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดมืออาชีพ ทีมของเราประกอบด้วยแพทย์เฉพาะทางด้านฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน มีประสบการณ์ในการรักษาออฟฟิศซินโดรมมากกว่า 10 ปี

เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทันสมัย เราใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการใช้ Shock Wave Therapy และ Laser Therapy

การรักษาแบบองค์รวม (Holistic Approach) เราไม่เพียงแต่รักษาอาการ แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขสาเหตุและป้องกันการเกิดซ้ำ ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมการทำงาน

เทคนิคการป้องกันออฟฟิศซินโดรมที่บ้าน และที่ทำงาน

การจัดสถานที่ทำงานให้เหมาะสม

การปรับโต๊ะและเก้าอี้
– ความสูงของโต๊ะควรอยู่ที่ระดับข้อศอกเมื่อนั่ง
– เก้าอี้ควรมีพนักพิงหลังที่รองรับส่วนโค้งของกระดูกสันหลัง
– เท้าควรแตะพื้นได้เต็มฝ่าเท้า หรือใช้ที่วางเท้า

การจัดวางจอคอมพิวเตอร์
– จอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ในระดับสายตา
– ระยะห่างจากตาไปยังจอประมาณ 50-70 เซนติเมตร
– หลีกเลี่ยงแสงสะท้อนบนหน้าจอ

ท่าบริหารที่ทำได้ระหว่างทำงาน

การบริหารคอและไหล่
– หมุนคอช้าๆ ทั้งซ้ายและขวา (5-10 รอบ)
– ยกไหล่ขึ้นแล้วค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นผ่อนลง
– หมุนไหล่ไปข้างหน้า และข้างหลัง

การบริหารหลัง และเอว
– บิดลำตัวซ้าย-ขวาขณะนั่ง
– ก้มตัวไปข้างหน้าแล้วเหยียดตัวกลับ
– การเอาแขนท้ังสองข้างยื่นขึ้นข้างบนแล้วเหยียดตัว

การบริหารข้อมือ และนิ้วมือ
– หมุนข้อมือทั้งซ้าย และขวา
– ยืดนิ้วมือให้กาง จากนั้นกำมือแน่น
– เหยียดข้อมือขึ้น และลง

กฎ 20-20-20 สำหรับการดูแลสายตา
ทุกๆ 20 นาที ให้มองไปที่วัตถุที่อยู่ห่างออกไป 20 ฟุต (ประมาณ 6 เมตร) เป็นเวลา 20 วินาที วิธีนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อตาได้พักผ่อน และลดความเมื่อยล้า

นัดหมายแพทย์เพื่อปรึกษา ตรวจ และวินิจฉัยอาการได้ที่ 082-6328944
Line ID : @chincheewa

FAQ เกี่ยวกับการรักษาออฟฟิศซินโดรม

Q: ต้องทำกี่ครั้งถึงจะดีขึ้น?
A: จำนวนครั้งในการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและระยะเวลาที่เป็น โดยทั่วไป:

อาการเล็กน้อย (อาการน้อยกว่า 1 เดือน): 4-6 ครั้ง
อาการปานกลาง (อาการ 1-6 เดือน): 8-12 ครั้ง
อาการรุนแรง (อาการมากกว่า 6 เดือน): 12-20 ครั้ง

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกดีขึ้นหลังการรักษา 3-4 ครั้งแรก แต่เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ยั่งยืนควรทำครบตามแผนที่กำหนด

Q: การรักษาจะเจ็บหรือไม่?
A: การรักษาด้วยกายภาพบำบัดอาจมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในช่วงแรก โดยเฉพาะเมื่อนักกายภาพบำบัดทำการกดจุด trigger point หรือยืดกล้ามเนื้อที่ตึง แต่ความเจ็บนี้จะลดลงอย่างรวดเร็ว และผู้ป่วยจะรู้สึกสบายขึ้นหลังการรักษา

หากมีความเจ็บมากผิดปกติ ควรแจ้งให้นักกายภาพบำบัดทราบทันที เพื่อปรับเทคนิคการรักษาให้เหมาะสม

Q: หลังรักษาเสร็จแล้วจะกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่?
A: การกลับมาเป็นซ้ำขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย:

ปัจจัยที่ลดความเสี่ยงในการเป็นซ้ำ:
– การปฏิบัติตามคำแนะนำในการทำท่าบริหาร
– การปรับสภาพแวดล้อมการทำงาน
– การเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน
– การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นซ้ำ:
– การกลับไปทำงานในท่าทางเดิมโดยไม่ได้ปรับท่าทางอย่างเหมาะสม
– ไม่ทำท่าบริหารตามที่แนะนำ
– ความเครียดสูง
– การขาดการออกกำลังกาย

สถิติแสดงว่าผู้ป่วยที่ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด มีอัตราการกลับมาเป็นซ้ำเพียง 15-20%

Q: ใช้ยาแก้ปวดควบคู่กับการรักษาได้หรือไม่?
A: ได้ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่อาการยังรุนแรง การใช้ยาแก้ปวดจะช่วยให้การทำกายภาพบำบัดได้ผลดีขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยจะสามารถเคลื่อนไหวได้มากขึ้น

Q: อายุมากแล้วจะรักษาได้หรือไม่?
A: อายุไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการรักษาออฟฟิศซินโดรม แม้ว่าผู้สูงอายุอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูนานกว่าคนหนุ่มสาว แต่ยังสามารถได้รับประโยชน์จากการรักษาได้อย่างเต็มที่

Q: ต้องหยุดทำงานระหว่างรักษาหรือไม่?
A: โดยทั่วไปแล้วไม่จำเป็นต้องหยุดทำงาน ยกเว้นกรณีที่อาการรุนแรงมาก หรือมีอาการเสียวซ่าที่แขนขาอย่างรุนแรง

Q: การรักษาด้วยกายภาพบำบัดปลอดภัยหรือไม่?
A: การรักษาด้วยกายภาพบำบัดถือว่าปลอดภัยมาก เมื่อดำเนินการโดยนักกายภาพบำบัดที่ผ่านการรับรอง ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นมีน้อยมาก เช่น:

สรุป: การเลือกรักษาออฟฟิศซินโดรมที่เหมาะสม

การรักษาออฟฟิศซินโดรมที่มีประสิทธิภาพต้องเป็นการรักษาที่ครอบคลุมทั้งการลดอาการ การแก้ไขสาเหตุ และการป้องกันการเกิดซ้ำ คลินิกแพทย์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัดเฉพาะทางจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการรักษาปัญหานี้

จุดสำคัญในการเลือกคลินิก
1. ความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัด เลือกคลินิกที่มีทีมงานที่ผ่านการรับรองและมีประสบการณ์เฉพาะด้าน

2. ความครบถ้วนของการรักษา คลินิกที่ดีควรมีการรักษาที่หลากหลาย ไม่ใช่เพียงแค่นวด หรือใช้เครื่องมือเท่านั้น

3. การให้ความรู้และการป้องกัน การสอนและให้คำแนะนำในการป้องกันการเกิดซ้ำเป็นสิ่งสำคัญมาก

4. การติดตามผลการรักษา คลินิกที่ดีควรมีระบบติดตามผลการรักษาเป็นระยะ

ที่ฉินชีวา เฮลท์แคร์ สหคลินิก เราพร้อมให้บริการการรักษาออฟฟิศซินโดรมแบบครบวงจร ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและนักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์ พร้อมเทคโนโลยีและเทคนิคการรักษาที่ทันสมัย

หากคุณกำลังมีปัญหาออฟฟิศซินโดรม อย่ารอให้อาการรุนแรงขึ้น เริ่มต้นการรักษาที่ถูกต้องวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

เราใส่ใจสุขภาพคุณเหมือนคนในครอบครัว
หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับบริการของเรา ทีมงานของเรายินดีให้คำแนะนำ และคำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย!
📞 ปรึกษาฟรีทางโทรศัพท์: 082-6328944
📱 LINE Official Account: @chincheewa
👍 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/ChincheewaHealthcare

“สุขภาพของคุณ คือ ความสำคัญอันดับหนึ่งของเรา

Scroll to Top