ปวดหลังส่วนล่างจากหมอนรองกระดูกเสื่อม หรือกล้ามเนื้อเกร็ง: แยกยังไงให้รักษาถูกทาง


อาการปวดหลังส่วนล่างเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ไลฟ์สไตล์การทำงานและการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป การแยกแยะระหว่างอาการปวดหลังจากหมอนรองกระดูกเสื่อม (Herniated disc) กับกล้ามเนื้อเกร็ง (Muscle spasm) เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะการรักษาของทั้งสองโรคแตกต่างกัน บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงความแตกต่าง วิธีการแยกแยะ รวมถึงแนวทางการรักษาและฟื้นฟูที่เหมาะสม

นัดหมายแพทย์เพื่อปรึกษา ตรวจ และวินิจฉัยอาการได้ที่ 082-6328944
Line ID : @chincheewa

ความแตกต่างระหว่างหมอนรองกระดูกเสื่อมกับกล้ามเนื้อเกร็ง

อาการของหมอนรองกระดูกเสื่อม

หมอนรองกระดูกเสื่อมเกิดจากการที่หมอนรองกระดูก (Intervertebral disc) ที่ทำหน้าที่เป็นตัวรองรับ และดูดซับแรงกระแทกระหว่างกระดูกสันหลังเกิดการเสื่อม แตก หรือเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิม ทำให้กดทับเส้นประสาทที่อยู่บริเวณนั้น อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

1. ปวดแบบแปลบปลาบ (Sharp pain): เป็นการปวดที่รุนแรงและเฉียบพลัน มักจะรู้สึกเหมือนมีสายไฟดูด
2. อาการปวดลามไปถึงขา: ปวดเป็นแนวเส้นตั้งแต่หลัง บั้นท้าย ต้นขา หลังขา จนถึงปลายเท้า (Sciatica)
3. ชาหรือขาอ่อนแรง: เกิดจากการกดทับเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อ
4. อาการแย่ลงเมื่อไอ จาม หรือเบ่ง: เพราะการเพิ่มความดันในช่องท้องจะทำให้แรงกดทับเส้นประสาทมากขึ้น
5. นั่งนานๆ ปวดมากขึ้น: การนั่งจะเพิ่มแรงกดดันที่หมอนรองกระดูก
6. อาการปวดคงที่ หรือปวดมากขึ้นในตอนกลางคืน: เนื่องจากการอักเสบของเส้นประสาท

อาการของกล้ามเนื้อเกร็ง

กล้ามเนื้อเกร็งเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อแบบผิดปกติและไม่สามารถคลายได้เอง มักเกิดจากการใช้งานผิดท่า การเหน็ดเหนื่อย หรือการบาดเจ็บ อาการที่พบ ได้แก่

1. ปวดแบบคั่น (Dull ache): เป็นการปวดแบบหนักๆ มึนๆ ไม่รุนแรงเฉียบพลันเหมือนหมอนรองกระดูกเคลื่อน
2. ปวดเฉพาะบริเวณหลังเท่านั้น: ไม่มีอาการลามไปขา
3. รู้สึกแข็งเกร็ง: กล้ามเนื้อหลังรู้สึกแข็งเกร็ง สัมผัสได้ด้วยมือ
4. การเคลื่อนไหวจำกัด: โค้งหรือหันตัวไปข้างใดข้างหนึ่งได้ลำบาก
5. อาการดีขึ้นเมื่อพักผ่อน: กล้ามเนื้อจะค่อยๆ คลายตัวลงเมื่อได้พักผ่อน
6. อาการดีขึ้นเมื่อประคบร้อนหรือนวด: เพราะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด

สาเหตุ และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละโรค



หมอนรองกระดูกเคลื่อน

– อายุ: ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหลังวัย 30 ปี เนื่องจากหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อม
– พันธุกรรม: ครอบครัวที่มีประวัติเป็นโรคนี้
– อาชีพเสี่ยง: ยกของหนัก งานก่อสร้าง ขับรถนานๆ
– น้ำหนักเกิน: ความดันเพิ่มขึ้นที่หมอนรองกระดูก
– การสูบบุหรี่: ลดการได้รับออกซิเจนของหมอนรองกระดูก

กล้ามเนื้อเกร็ง

– การใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไป: ยกของหนัก ออกกำลังกายมากเกินไป
– การนั่งหรือยืนในท่าเดียวกันนานๆ: นั่งทำงานคอมพิวเตอร์ ยืนนานๆ
– ความเครียด: ความตึงเครียดทำให้กล้ามเนื้อหดตัว
– การขาดน้ำ: กล้ามเนื้อต้องการน้ำเพื่อการทำงานที่ปกติ
– การขาดแร่ธาตุ: โดยเฉพาะแมกนีเซียมและโพแทสเซียม

แบบทดสอบตนเองเบื้องต้น

ทดสอบ Straight Leg Raise (SLR)

วิธีการ

1. นอนหงายบนพื้นเรียบ
2. ยกขาที่มีอาการขึ้นช้าๆ โดยเท้าเหยียดตรง
3. สังเกตอาการปวดที่มุมต่างๆ

ผลการตีความ

– หากปวดที่มุม 30-70 องศา และลามไปถึงขา = น่าจะเป็นหมอนรองกระดูกเคลื่อน
– หากปวดเฉพาะหลัง ไม่ลามไปขา = น่าจะเป็นกล้ามเนื้อเกร็ง

ทดสอบ Slump Test

วิธีการ

1. นั่งบนเก้าอี้ ให้หลังตรง
2. โค้งหลังลงช้าๆ เหมือนขดตัวเป็นลูกบอล
3. จากนั้นเงยหน้าขึ้นมาดูข้างหน้า

ผลการตีความ

– หากมีอาการปวดลามไปขาขณะโค้งหลัง และดีขึ้นเมื่อเงยหน้า = น่าจะเป็นหมอนรองกระดูกเคลื่อน

ทดสอบการเคลื่อนไหว

วิธีการ

1. ยืนให้หลังตรง
2. โค้งไปข้างหน้า ข้างหลัง ข้างซ้าย และข้างขวา
3. สังเกตอาการปวดในแต่ละทิศทาง

ผลการตีความ

– หากการเคลื่อนไหวจำกัดในทุกทิศทาง และมีอาการแข็งเกร็ง = น่าจะเป็นกล้ามเนื้อเกร็ง
– หากปวดเฉพาะทิศทางใดทิศทางหนึ่ง และลามไปขา = น่าจะเป็นหมอนรองกระดูกเคลื่อน

ทดสอบประวัติการเจ็บป่วย

คำถามสำคัญที่ต้องถามตนเอง

1. อาการเกิดขึ้นอย่างไร? (ฉับพลัน vs ค่อยเป็นค่อยไป)
2. มีการปวดลามไปขาหรือไม่?
3. มีอาการชาหรืออ่อนแรงในขาหรือไม่?
4. อาการแย่ลงเมื่อไอ จาม หรือเบ่งหรือไม่?
5. การนั่งหรือยืนนานทำให้อาการแย่ลงหรือไม่

นัดหมายแพทย์เพื่อปรึกษา ตรวจ และวินิจฉัยอาการได้ที่ 082-6328944
Line ID : @chincheewa

สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flags)

สัญญาณอันตรายระดับฉุกเฉิน

1. ควบคุมการถ่ายปัสสาวะหรือถ่ายอุจจาระไม่ได้ (Cauda Equina Syndrome)
– เป็นภาวะที่หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทส่วนปลายอย่างรุนแรง
– ต้องผ่าตัดภายใน 48 ชั่วโมง มิฉะนั้นอาจเป็นอัมพาตถาวร

2. ขาอ่อนแรงอย่างรุนแรง
– ไม่สามารถยกเท้า เดิน หรือยืนบนปลายเท้าได้
– อาจบ่งชี้ถึงการกดทับเส้นประสาทรุนแรง

3. ชาบริเวณต้นขาด้านใน (Saddle anesthesia)
– ชาบริเวณก้น ขาหนีบ อวัยวะเพศ
– เป็นสัญญาณของ Cauda Equina Syndrome

สัญญาณอันตรายระดับปานกลาง

1. อาการปวดรุนแรงที่ไม่ดีขึ้นจากการพักผ่อน อาจบ่งชี้ถึงโรคร้ายแรงอื่นๆ เช่น เนื้องอก การติดเชื้อ
2. มีไข้ร่วมกับอาการปวดหลัง อาจเป็นการติดเชื้อในกระดูกสันหลัง (Osteomyelitis)
3. อาการปวดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีสาเหตุ บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง
4. ประวัติมีมะเร็งมาก่อน โอกาสการกระจายของมะเร็งไปยังกระดูกสันหลัง
5. ผู้สูงอายุเกิน 50 ปีที่มีอาการปวดหลังเป็นครั้งแรก โอกาสการเป็นโรคร้ายแรงสูงกว่าคนหนุ่มสาว

การฟิื้นฟู และป้องกันแบบองค์รวมที่ ฉินชีวา เฮลท์แคร์ สหคลินิก

ที่ ฉินชีวา เฮลท์แคร์ สหคลินิก เรามีโปรแกรมฟื้นฟูแบบครอบคลุมสำหรับผู้ป่วยทั้งหมอนรองกระดูกเคลื่อนและกล้ามเนื้อเกร็ง โดยทีมแพทย์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์

1. การประเมิน และวินิจฉัยเบื้องต้น
– การซักประวัติและตรวจร่างกายโดยแพทย์ฟื้นฟูเฉพาะทาง
– การประเมิน Functional movement และ Postural analysis
– การวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Individualized treatment plan)

2. การรักษาด้วยเครื่องมือทันสมัย
– High-Power Laser Therapy (HILT): ใช้เลเซอร์ความเข้มสูงช่วยลดการอักเสบ และเร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
– Traction: การดึงยืดกระดูกสันหลัง
– Ultrasound Therapy: ช่วยลดการอักเสบ และเพิ่มการไหลเวียนเลือด
– TENS: การใช้กระแสไฟฟ้าความถี่ต่างๆ เพื่อลดอาการปวด

3. กายภาพบำบัดเฉพาะทาง
– Manual Therapy: การจัดกระดูก และข้อต่อด้วยมือ
– Soft Tissue Mobilization: การคลายกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อ
– Exercise Prescription: การออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายเฉพาะบุคคล
– Postural Re-education: การแก้ไขท่าทางที่ผิด

ข้อมูลทางสถิติ และการศึกษาวิจัย

สถิติความชุกของโรค

หมอนรองกระดูกเคลื่อน

– พบได้ประมาณ 2-3% ของประชากร
– ช่วงอายุที่พบบ่อยที่สุด: 30-50 ปี
– เพศชายเป็นมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย (อัตราส่วน 3:2)
– ตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุด: L4-L5 และ L5-S1

กล้ามเนื้อเกร็ง

– พบได้ในผู้ใหญ่ประมาณ 60-80%
– สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุ
– เพศหญิงเป็นมากกว่าเพศชาย (อัตราส่วน 3:2)
– ส่วนใหญ่หายเองภายใน 6 สัปดาห์

ผลการศึกษาวิจัยสำคัญ

– การรักษาด้วยกายภาพบำบัดมีประสิทธิผล 70-80% ในหมอนรองกระดูกเคลื่อน
– การใช้ Manual therapy ร่วมกับการออกกำลังกายให้ผลดีกว่าการรักษาแบบใดแบบหนึ่งเพียงอย่างเดียว
– การทำ Traction มีประสิทธิผลในการลดอาการปวดได้ถึง 60-70%

การป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

– โปรแกรมการออกกำลังกาย Core strengthening ลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำได้ 40-50%
– การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานลดโอกาสการเป็นซ้ำได้ 30-40%
– การควบคุมน้ำหนักตัวมีความสำคัญต่อการป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1: หมอนรองกระดูกเสื่อมสามารถหายเองได้หรือไม่?
A: ได้ในบางกรณี โดยเฉพาะหมอนรองกระดูกที่เสื่อมเพียงเล็กน้อย แต่การรักษาที่เหมาะสมจะช่วยเร่งการฟื้นฟูและป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

Q2: การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ทำให้เป็นหมอนรองกระดูกเสื่อมได้หรือไม่?
A: การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ในท่าที่ผิดและนานๆ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ โดยเฉพาะการนั่งโค้งหลังเป็นเวลานาน ซึ่งเพิ่มแรงกดดันที่หมอนรองกระดูกส่วนล่าง

Q3: การออกกำลังกายแบบไหนที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาหลัง?
A: การออกกำลังกายแบบ Low-impact เช่น ว่ายน้ำ เดิน โยคะ และการออกกำลังกายในน้ำ จะเหมาะสมที่สุด หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มีการกระแทกสูงหรือต้องบิดหลังมาก

Q4: การนวดไทยช่วยรักษาหมอนรองกระดูกเคลื่อนได้หรือไม่?
A: การนวดไทยอาจช่วยคลายความตึงของกล้ามเนื้อได้ แต่สำหรับหมอนรองกระดูกเคลื่อน ควรใช้ความระมัดระวัง เพราะการกดแรงเกินไปอาจทำให้อาการแย่ลง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

Q5: ผู้สูงอายุที่มีอาการปวดหลังควรรีบพบแพทย์หรือไม่?
A: ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการปวดหลังครั้งแรกหลังวัย 50 ปี เพราะมีโอกาสเป็นโรคร้ายแรงมากกว่าคนหนุ่มสาว เช่น มะเร็งกระจาย การติดเชื้อ หรือกระดูกหักจากกระดูกพรุน

สรุป

การแยกแยะระหว่างอาการปวดหลังจากหมอนรองกระดูกเคลื่อนกับกล้ามเนื้อเกร็งเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะแนวทางการรักษาของทั้งสองโรคแตกต่างกัน การทำความเข้าใจอาการ การทดสอบตนเองเบื้องต้น และการรู้จักสัญญาณอันตรายจะช่วยให้คุณได้รับการรักษาที่เหมาะสมและทันเวลา

การรักษาแบบอนุรักษ์ด้วยกายภาพบำบัดและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ประสิทธิผลดีในผู้ป่วยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อได้รับการรักษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย

ที่ฉินชีวา เฮลท์แคร์ สหคลินิก เรามุ่งมั่นให้การรักษาที่มีคุณภาพสูงสุดด้วยทีมแพทย์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัยและโปรแกรมฟื้นฟูแบบครอบคลุม เพื่อให้คุณกลับไปใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและปราศจากอาการปวดหลัง

เราใส่ใจสุขภาพคุณเหมือนคนในครอบครัว
หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับบริการของเรา ทีมงานของเรายินดีให้คำแนะนำ และคำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย!
📞 ปรึกษาฟรีทางโทรศัพท์: 082-6328944
📱 LINE Official Account: @chincheewa
👍 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/ChincheewaHealthcare

“สุขภาพของคุณ คือ ความสำคัญอันดับหนึ่งของเรา

Scroll to Top