5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเข้ารับบริการที่คลีนิกกายภาพบำบัด: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ใช้บริการครั้งแรก


คลีนิกกายภาพบำบัดได้กลายเป็นส่วนสำคัญในระบบการดูแลสุขภาพสมัยใหม่ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่อ หากคุณยังไม่เคยใช้บริการ คลีนิกกายภาพ บำบัดมาก่อน บทความนี้จะเป็นคู่มือที่ครอบคลุมทุกสิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเข้ารับการรักษา ตั้งแต่การเตรียมตัว การเลือกคลีนิก ไปจนถึงการดูแลตัวเองหลังการบำบัด ที่ ฉินชีวา เฮลท์แคร์ สหคลินิก เราเข้าใจว่าประสบการณ์ครั้งแรกอาจทำให้คุณรู้สึกกังวล ดังนั้นเราจึงรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อให้คุณมั่นใจ และได้รับประโยชน์สูงสุดจากการบำบัด

นัดหมายแพทย์เพื่อปรึกษา ตรวจ และวินิจฉัยอาการได้ที่ 082-6328944
Line ID : @chincheewa

1 : ทำความเข้าใจเกี่ยวกับกายภาพบำบัด และการฟื้นฟูสมรรถภาพ


กายภาพบำบัดคืออะไร?

กายภาพบำบัด (Physiotherapy) เป็นศาสตร์การแพทย์ที่ใช้วิธีการทางกายภาพในการรักษา ฟื้นฟู และป้องกันความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (Musculoskeletal System) ระบบประสาท (Nervous System) และระบบหายใจและหัวใจ (Cardiorespiratory System) โดยไม่ใช้ยาหรือการผ่าตัด

วิธีการบำบัดหลักที่ใช้ในคลีนิกกายภาพ

1. การบำบัดด้วยการออกกำลังกาย (Exercise Therapy)
– การยืดกล้ามเนื้อ (Stretching Exercise)
– การเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Strengthening Exercise)
– การฝึกความสมดุล (Balance Training)
– การฝึกการเคลื่อนไหวเฉพาะกิจกรรม (Functional Training)

2. การบำบัดด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์พิเศษ
– เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Electrical Stimulation)
– เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound Therapy)
– เครื่องคลื่นกระแทก (Focus Shockwave Therapy)
– แสงเลเซอร์ความเข้มสูง (High-Level Laser Therapy)

3. การบำบัดด้วยมือ (Manual Therapy)
– การนวดเพื่อการรักษา (Therapeutic Massage)
– การจัดกระดูกและข้อ (Joint Mobilization)
– การยืดอ่อน (Soft Tissue Mobilization)

ข้อมูลทางสถิติ และการศึกษาวิจัย


จากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า
– ปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ และกระดูกเป็นสาเหตุหลักของความพิการทั่วโลกถึง 16.1%
– การบำบัดทางกายภาพช่วยลดความเจ็บปวดได้ถึง 70-80% ในผู้ป่วยที่มีปัญหาหลัง
– 85% ของผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดทางกายภาพอย่างสม่ำเสมอสามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้ปกติ

กลุ่มผู้ป่วยที่ควรเข้ารับการบำบัดที่คลีนิกกายภาพ
1. ผู้ที่มีอาการปวดหลัง คอ และไหล่
2. ผู้ป่วยหลังการผ่าตัดกระดู กและข้อ
3. นักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บ
4. ผู้สูงอายุที่มีปัญหาความสมดุล และการเคลื่อนไหว
5. ผู้ป่วยโรคประสาทที่ต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพ

2 : การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการที่คลีนิกกายภาพ

Checklist การเตรียมตัวก่อนไปคลีนิก

เอกสาร และข้อมูลที่ต้องเตรียม
– บัตรประจำตัวประชาชน
– บัตรประกันสุขภาพ (หากมี)
– ผลตรวจทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เช่น X-ray, MRI, CT Scan
– ใบส่งตัวจากแพทย์ (หากมี)
– ประวัติการรักษาที่ผ่านมา
– รายการยาที่รับประทานอยู่

การแต่งกายที่เหมาะสม
– เสื้อผ้าที่สะดวกในการเคลื่อนไหว เช่น เสื้อยืด กางเกงขายาว
– รองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าที่มีความยืดหยุ่น
– หลีกเลี่ยงเครื่องประดับ ที่อาจขัดขวางการตรวจหรือบำบัด
– สำหรับผู้หญิงควรใส่ชุดชั้นในที่สวมใส่ง่าย

การเตรียมตัวทางร่างกาย และจิตใจ
– นอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
– ทานอาหารเบาๆ ประมาณ 1-2 ชั่วโมงก่อนมา
– หยุดรับประทานยาแก้ปวด 4-6 ชั่วโมงก่อนมาตรวจ (เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการได้แม่นยำ)
– เตรียมคำถามที่อยากถาม นักกายภาพบำบัดไว้ล่วงหน้า

นัดหมายแพทย์เพื่อปรึกษา ตรวจ และวินิจฉัยอาการได้ที่ 082-6328944
Line ID : @chincheewa

3 : กระบวนการรักษา และสิ่งที่คาดหวังได้จากการบำบัด

ขั้นตอนการรักษาใน คลีนิกกายภาพ

ขั้นตอนที่ 1: การประเมินและวินิจฉัยเบื้องต้น (Assessment & Evaluation)
– การซักประวัติ
– การตรวจร่างกาย (Physical Examination)

ขั้นตอนที่ 2: การวางแผนการรักษา (Treatment Planning)
– เป้าหมายระยะสั้น (1-2 สัปดาห์): ลดอาการเจ็บปวด เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว
– เป้าหมายระยะกลาง (1-3 เดือน): ฟื้นฟูความแข็งแรงกล้ามเนื้อ ปรับปรุงท่าทาง
– เป้าหมายระยะยาว (3-6 เดือน): กลับไปทำกิจกรรมตามปกติ ป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

ขั้นตอนที่ 3: การให้การรักษา (Treatment Intervention)
– ระยะที่ 1: การลดอาการอักเสบและเจ็บปวด (Acute Phase)
– ระยะที่ 2: การฟื้นฟูความสามารถในการเคลื่อนไหว (Sub-acute Phase)
– ระยะที่ 3: การเสริมสร้างความแข็งแรงและความทนทาน (Chronic Phase)

ขั้นตอนที่ 4: การติดตามและประเมินผล (Follow-up & Re-evaluation)
– ทุก 2 สัปดาห์: ประเมินอาการเจ็บปวด ช่วงการเคลื่อนไหว
– ทุกเดือน: ประเมินความแข็งแรงกล้ามเนื้อ ความสามารถในการทำกิจกรรม
– การปรับแผนการรักษา: ตามความก้าวหน้า และความต้องการ

4 : การเลือกคลีนิกกายภาพบำบัดที่เหมาะสม

Checklist สำหรับการเลือก คลีนิกกายภาพ

คุณวุฒิ และประสบการณ์ของนักกายภาพบำบัด
– วุฒิการศึกษา: ปริญญาตรีกายภาพบำบัดขึ้นไป
– ใบประกอบวิชาชีพ: มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย
– ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
– ประสบการณ์: อย่างน้อย 3-5 ปี ในการรักษาปัญหาที่คล้ายคลึงกับของคุณ

เครื่องมือและอุปกรณ์ในคลีนิก

อุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมี
– เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Electrical Stimulation)
– เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound)
– อุปกรณ์ออกกำลังกาย ที่หลากหลาย และทันสมัย
– เครื่องวัดความแข็งแรงกล้ามเนื้อ
– อุปกรณ์ฝึกความสมดุล

เทคโนโลยีขั้นสูงที่เป็นข้อได้เปรียบ
– เครื่อง Focus Shockwave Therapy
– ระบบ Biofeedback
– High Power Laser
– PMS และ TMS
– Hydrotherapy ธาราบำบัด
– Oligo Scan
– Inbody เครื่องวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย

สิ่งแวดล้อม และบริการ

ความสะอาด และความปลอดภัย
– ห้องรักษาที่สะอาด มีการฆ่าเชื้อตามมาตรฐาน
– อุปกรณ์ที่ได้รับการบำรุงรักษา อย่างสม่ำเสมอ
– ระบบระบายอากาศที่ดี
– มีมาตรฐานการควบคุมการติดเชื้อ

ความสะดวกสบาย
– ที่จอดรถเพียงพอ
– ห้องแต่งตัว/ห้องน้ำสะอาด
– ห้องรอที่สะดวกสบาย
– พื้นที่สำหรับญาติรอ

5 : การดูแลตัวเองระหว่างและหลังการบำบัด

การดูแลตัวเองระหว่างการรักษา โดยใช้หลักการ RICE ในการดูแลเบื้องต้น

R – Rest (การพักผ่อน)
– หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้อาการแย่ลง แต่ไม่ควรหยุดเคลื่อนไหวเลย
– การนอนหลับให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน
– การเปลี่ยนท่าบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนนานเกินไป

I – Ice (การประคบเย็น)
– ใช้ในระยะ 24-72 ชั่วโมงแรก หลังมีอาการเฉียบพลัน
– ระยะเวลา 15-20 นาทีต่อครั้ง ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง
– ห่อน้ำแข็งด้วยผ้า ไม่ควรให้สัมผัสผิวหนังโดยตรง

C – Compression (การรัด)
– ใช้ผ้าพันแผลยืดหยุ่น รัดบริเวณที่บาดเจ็บเพื่อลดการบวม
– ไม่ควรรัดแน่นเกินไป ต้องสามารถเลื่อนนิ้วใต้ผ้าพันแผลได้
– สังเกตอาการชาหรือเย็น หากมีให้คลายทันที

E – Elevation (การยกสูง)
– ยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจ เมื่อนอนพัก
– ใช้หมอนรองรับ เพื่อความสะดวกสบาย
– ทำเป็นระยะๆ 15-30 นาทีต่อครั้ง หลายครั้งต่อวัน

การดูแลตัวเองหลังการบำบัด เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ (Injury Prevention)

การออกกำลังกายสม่ำเสมอ
– การเสริมสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
– การยืดกล้ามเนื้อ ทุกวันหลังออกกำลังกาย
– การฝึกความสมดุล และการทรงตัว
– การออกกำลังกายแอโรบิก เช่น เดิน ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน

การดูแลสุขภาพโดยรวม
– การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะที่มีแคลเซียม วิตามิน D
– การดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน
– การหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ ที่ขัดขวางการฟื้นฟู
– การจัดการความเครียด ด้วยการทำสมาธิ โยคะ หรือการผ่อนคลาย

สัญญาณเตือนที่ควรกลับมาพบแพทย์
– อาการเจ็บปวดรุนแรงขึ้นเมื่อได้รับการรักษา
– ความรู้สึกชาเล็บ เท้า มือ
– อาการปวดที่แผ่ไปแขน หรือขา
– มีไข้ร่วมด้วย
– ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

ข้อดีของการเลือก ฉินชีวา เฮลท์แคร์ สหคลินิก

ทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดมืออาชีพ

– แพทย์เฉพาะทางฟื้นฟูและกายภาพบำบัด ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี
– นักกายภาพบำบัดที่ผ่านการรับรอง จากสภากายภาพบำบัด
– การทำงานแบบทีม ระหว่างแพทย์และนักกายภาพบำบัด

เครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัย

– อุปกรณ์นำเข้าจากยุโรป ที่ได้มาตรฐานสากล
– เทคโนโลยี Focus Shockwave ใหม่ล่าสุด

บริการแบบองค์รวม (Holistic Care)

– การรักษาแบบผสมผสาน ระหว่างการแพทย์แผนปัจจุบัน และการแพทย์ทางเลือก
– การให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ สำหรับการฟื้นฟู
– โปรแกรมการออกกำลังกายที่บ้าน ที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

FAQ: คำถามยอดนิยมเกี่ยวกับการเตรียมตัว

Q: ผมควรมาแต่เช้า หรือบ่ายดี?

A: ขึ้นอยู่กับอาการของคุณ หากมีอาการปวดในตอนเช้ามากควรมาช่วงบ่าย หากปวดในตอนเย็นมากควรมาช่วงเช้า เพื่อให้นักกายภาพบำบัดได้ประเมินอาการในช่วงที่รุนแรงที่สุด

Q: ต้องอดอาหารมาไหม?

A: ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร แต่ไม่ควรทานอาหารมื้อหนักก่อนมา 1-2 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้รู้สึกไม่สบายระหว่างการบำบัด

Q: ควรพาเพื่อนหรือญาติมาด้วยไหม?

A: แนะนำให้พาคนใกล้ชิดมาด้วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาในการเคลื่อนไหวมาก เพื่อช่วยเหลือและรับฟังคำแนะนำร่วมกัน

Q: ถ้าลืมเอาเอกสารมาบางอย่างจะเป็นไรไหม?

A: ที่ ฉินชีวา เฮลท์แคร์ เราจะพยายามให้บริการในขั้นพื้นฐาน แต่การมีเอกสารครบจะช่วยให้การวินิจฉัยและการรักษาแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Q: ควรเลือกคลีนิกในโรงพยาบาลหรือคลีนิกเอกชนดี?

A: แต่ละแห่งมีข้อดีต่างกัน โรงพยาบาลมีอุปกรณ์ครบครันแต่อาจต้องรอคิว คลีนิกเอกชนให้บริการเป็นส่วนตัวมากกว่าและมีเวลาในการรักษามากกว่า

Q: การรักษาจะเสร็จใน คือเวลาเร็วแค่ไหน?

A: ขึ้นอยู่กับปัญหาและความรุนแรง โดยเฉลี่ย
– ปัญหาเฉียบพลัน: 2-6 สัปดาห์
– ปัญหาเรื้อรัง: 2-6 เดือน
– การฟื้นฟูหลังผ่าตัด: 3-12 เดือน

Q: ต้องมาบำบัดบ่อยแค่ไหน?

A: ระยะแรก: 2-3 ครั้ง/สัปดาห์, ระยะกลาง: 1-2 ครั้ง/สัปดาห์, ระยะหลัง: 1 ครั้ง/สัปดาห์ หรือตามความจำเป็น

สรุป และข้อแนะนำสุดท้าย

การเข้ารับบริการที่ คลีนิกกายภาพบำบัดเป็นการลงทุนในสุขภาพระยะยาวของคุณ การเตรียมตัวที่ดี การเลือกคลีนิกที่เหมาะสม และการปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากการบำบัด

5 สิ่งสำคัญ
1. ทำความเข้าใจ เกี่ยวกับปัญหาและกระบวนการรักษา
2. เตรียมตัวอย่างครบถ้วน ทั้งเอกสาร ร่างกาย และจิตใจ
3. คาดหวังผลการรักษาอย่างสมจริง และให้ความร่วมมือเต็มที่
4. เลือกคลีนิกที่มีมาตรฐาน และเหมาะสมกับปัญหาของคุณ
5. ดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหากลับมาเป็นซ้ำ

ที่ ฉินชีวา เฮลท์แคร์ สหคลินิก เราพร้อมเป็นพันธมิตรทางสุขภาพของคุณ ด้วยทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดมืออาชีพ เครื่องมือทันสมัย และการดูแลแบบคลีนิกกายภาพบำบัดครบวงจร เราจะช่วยให้คุณกลับไปมีคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนเดิม หรือดีกว่าเดิม

เราใส่ใจสุขภาพคุณเหมือนคนในครอบครัว
หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับบริการของเรา ทีมงานของเรายินดีให้คำแนะนำ และคำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย!
📞 ปรึกษาฟรีทางโทรศัพท์: 082-6328944
📱 LINE Official Account: @chincheewa
👍 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/ChincheewaHealthcare

“สุขภาพของคุณ คือ ความสำคัญอันดับหนึ่งของเรา

Scroll to Top